ปลวก ความหมาย
[n.] termiteหมายเหตุ ชื่อแมลงรูปร่างคล้ายมด ส่วนใหญ่ตัวสีขาวหรือครีม ไม่ชอบแสง อาศัยทำรังรวมกันอยู่เป็นกลุ่มใหญ่บนพื้นหรือใต้ดิน บางชนิดทำลายไม้ ต้นไม้
ปลวกมีทั้งหมดกว่า 2 พันชนิด มีเพียง 148 ชนิดที่เข้าทำลายอาคาร และมี 80 ชนิดที่อาจเป็นศัตรู สำหรับในประเทศไทยได้มีการสำรวจพบว่ามีปลวกอยู่ 27 สกุล 74 ชนิด ปลวกแบ่งตามที่อยู่อาศัยได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้คือ
1.
ปลวกที่อาศัยอยู่ในเนื้อไม้ (Wood
dweller termites)
จะอยู่เฉพาะในไม้บนดินเท่านั้น ไม้อาจมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ได้
แบ่งปลวกจำพวกนี้ได้เป็น 2 ชนิด คือ
-
ปลวกไม้เปียก
(damp-wood termites)
เป็นปลวกที่ต้องการความชื้นในการดำรงชีวิตสูง
ได้แก่ปลวกที่อาศัยอยู่กับไม้ผุ ในสภาพที่ค่อนข้างเย็น ได้แก่ ปลวกในสกุล
Kalotermes, Neotermes และ Glyptotermes
เป็นต้น
-
ปลวกไม้แห้ง
(dry-wood termites)
เป็นปลวกที่ชอบอาศัยอยู่ในที่แห้งแล้ง
ต้องการความชื้นเล็กน้อยในการดำรงชีพ มักพบอาศัยอยู่ในท่อนไม้แห้ง
เช่นไม้ที่นำมาเป็นโครงสร้างอาคารบ้านเรือน
|
2.
ปลวกที่อาศัยอยู่ในดิน
(Ground dweller termites)
เป็นปลวกที่ต้องอาศัยอยู่ในดินหรือรังมีส่วนติดต่อกับพื้นดิน
ปลวกพวกนี้จะมีความสัมพันธ์กับเห็ดรา และสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือน ไม้ล้ม
ขอนไม้ตามพื้น และต้นไม้ยืนต้น ได้แก่ปลวกในสกุล Macrotermes, Odontotermes,
Microtermes และ Coptotermes สามารถแบ่งปลวกจำพวกนี้ได้
3 ชนิด
-
ปลวกใต้ดิน
(subterranean termites)
เป็นปลวกที่ทำรังอยู่ใต้ดิน
รังของปลวกชนิดนี้จะทำด้วยเศษไม้และดินรังจะมีลักษณะเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำอยู่ใต้พื้นดิน
ที่เป็นปัญหาในประเทศไทยได้แก่ Coptermes havilandi
จะพบอยู่ในตอไม้เก่าๆ นอกบ้าน
ปลวกจะสร้างทางเดินซึ่งทำด้วยดินและมูลซึ่งขับถ่ายออกมาเป็นทางเดินคลุมตัวไม่ให้ถูกแสงสว่างและป้องกันศัตรู
|
ปลวกใต้ดิน |
ปลวกที่สร้างจอมปลวก
ปลวกเป็นแมลงที่มีชีวิตความเป็นอยู่แบบสังคม
มักอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ภายในรังโดยทั่วไปมีนิสัยไม่ชอบแสงสว่าง
ชอบที่มืดและอับชื้น ประชากรปลวกมีการแบ่งแยกหน้าที่การทำงานออไปเป็นวรรณะต่างๆ รวม
3 วรรณะคือ
1.
วรรณะสืบพันธ์ หรือแมลงเม่า
ประกอบด้วยตัวเต็มวัยที่มีปีกทั้งเพศผู้และเพศเมีย
ทำหน้าที่สืบพันธุ์และกระจายพันธุ์โดยจะบินออกจากรังเมื่อดินฟ้าอากาศเหมาะสม
เพื่อจับคู่กันและจะสลัดปีก ผสมพันธุ์กันและหาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อวางไข่
2.
วรรณะกรรมกร หรือปลวกงาน
เป็นปลวกตัวเล็กสีขาวนวลไม่มีปีก ไม่มีเพศ ไม่มีตา
ใช้หนวดเป็นอวัยวะรับความรู้สึกคลำทาง ทำหน้าทีเกือบทุกอย่างภายในรัง เช่น
หาอาหารมาป้อนราชินี ราชา
ตัวอ่อนและทหารซึ่งไม่หาอาหารกินเองนอกจากนี้ยังทำหน้าที่สร้างรัง ทำความสะอาดรัง
ดูแลไข่เพาะเลี้ยงเชื้อราและซ่อมแซมรังที่ถูกทำลาย
3.
วรรณะทหาร
เป็นปลวกที่มีหัวโต สีเข้ม และแข็งมีกรามขนาดใหญ่
ซึ่งดับแปลงไปเป็นอวัยวะคล้ายคีมที่มีปลายเหลมคมเพื่อใช้ในการต่อสู้กับศัตรูที่มารบกวนสมาชิกภายในรัง
ไม่มีปีก ไม่มีตา ไม่มีเพศบางชนิดจะดัดแปลงส่วนหัวให้ยื่นยาวออกไปเป็นงวง
เพื่อกลั่นสารเหนียวปล่อยหรือพ่นไปติดตัวศัตรูทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้
หรืออาจทำให้ตายได้
ลักษณะปลวกทหารในสกุลต่างๆ ที่พบเสมอในประเทศ
เริ่มต้นขึ้นเมื่อฤดูการเหมาะสม ส่วนใหญ่มักเป็นช่วงหลังฝนตกปีละประมาณ
2-3
ครั้งโดยแมลงเม่าเพศผู้และเพศเมีย (Alate or winged reproductive male of
female) บินออกจากรังในช่วงเวลาพลบค่ำประมาณ 18.30-19.30
น.
เพื่อมาเล่นไฟจับคู่ผสมพันธุ์กันจากนั้นจึงสลัดปีกทิ้งไป
แล้วเจาะลงไปสร้างรังในดินในบริเวณที่มีแหล่งอาหารและความชื้น
หลังจากปรับสภาพดินเป็นที่อยู่แล้วประมาณ 2-31
วันจึงเริ่มวางไข่เป็นฟองเดี่ยวๆและจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
จนอาจถึงวันละหลายพันฟอง ไข่จะฝักออกมาเป็นตัวอ่อน (Larva)
และจะเจริญเติบโตโดยมีการลอกคราบจนเป็นตัวเต็มวัย
ไข่รุ่นแรกจะฝักออกมาเป็นปลวกไม่มีปีกและเป็นหมันสารเคมีที่เรียกว่าฟีโรโมนหรือสารที่ผลิตออกมาจากทวารหนักของราชินี
เพื่อให้ตัวอ่อนเกิดจะเป็นตัวกำหนดให้ตัวอ่อนพัฒนาไปเป็นปลวกวรรณะต่างๆเช่นปลวกงาน
(Worker) ปลวกทหาร (Soldier)
โดยบางส่วนของตัวอ่อนจะเจริญไปเป็นปลวกที่มีปีกสั้น ไม่สมบูรณ์
ซึ้งอยู่ในช่วงระยะเจริญพันธุ์ (Nymphs)
เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์จะเจริญไปเป็นแมลงเม่า
ซึ่งมีปีกยาวสมบูรณ์เต็มที่บินออกไปผสมพันธุ์ต่อไป
ตัวอ่อนบางส่วนจะเจริญเติบโตเป็นปลวกวรรณะสืบพันธุ์รอง (Supplementary Queen
and king) ซึ่งทำหน้าที่ผสมพันธุ์และอกไข่ เพิ่มจำนวนประชากร
ในกรณีที่ราชา (King) หรือราชินี (Queen)
ของรังถูกทำลายไป
วงจรชีวิตของปลวก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น